แทงบอลแฮนดิแคป คืออะไร เข้าใจทีมต่อ ทีมรอง และราคาต่อรองแบบละเอียด
แทงบอลแฮนดิแคป เป็นตลาดฟุตบอลที่นำแต้มต่อเข้ามาใช้กับผลการแข่งขัน ทำให้การเลือกทีมไม่ได้จบแค่ดูว่าใครชนะหรือแพ้ แต่ต้องดูด้วยว่าทีมต่อชนะกี่ประตู หรือทีมรองแพ้ด้วยผลต่างเท่าไร ราคาที่เห็นจึงมีตั้งแต่ 0, 0.25, 0.5, 0.75, 1 ไปจนถึง 1.5 และมากกว่านั้น
มือใหม่มักสับสนตรงที่ทีมที่เลือกสามารถชนะการแข่งขันจริงแต่บิลแพ้ได้ เช่น ทีมต่อ 1.5 ชนะ 1-0 แม้สกอร์บนสนามเป็นฝ่ายชนะ แต่ผลต่างเพียงลูกเดียวไม่พอผ่านราคาต่อ 1.5 เพราะฉะนั้นก่อนเลือกฝั่งต้องอ่านทั้งทีมต่อ ทีมรอง และตัวเลขที่อยู่ข้างราคาให้ครบ
0
›
0.25
›
0.5
›
0.75
›
1
›
1.25
›
1.5
ทีมต่อกับทีมรองคืออะไร
ทีมต่อคือฝั่งที่ถูกกำหนดให้ต้องแบกแต้มต่อ ส่วนทีมรองคือฝั่งที่ได้รับแต้มต่อ สมมติทีม A ต่อทีม B ที่ราคา 0.5 หมายความว่า A เป็นทีมต่อ และ B เป็นทีมรอง หากเลือก A ต่อ 0.5 ทีม A ต้องชนะการแข่งขันจึงจะผ่านราคา แต่ถ้าเลือก B รอง 0.5 ฝั่ง B สามารถชนะจริงหรือเสมอก็ได้ เพราะมีแต้มรองครึ่งลูกช่วยอยู่ กรณีทีม B แพ้การแข่งขัน บิลฝั่งรองจึงไม่ผ่าน
การเป็นทีมต่อไม่ได้หมายความว่าจะชนะการแข่งขันแน่นอน และการเป็นทีมรองก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนกว่าจนไม่มีโอกาสชนะ ราคาเป็นเพียงเงื่อนไขที่ใช้ปรับผลของการเดิมพันให้สองฝั่งมีรูปแบบการจ่ายต่างกัน
แฮนดิแคป 0 หรือเสมอคิดผลยังไง
ราคา 0 เป็นระดับที่อ่านง่าย หากเลือกทีมใดแล้วทีมนั้นชนะการแข่งขัน บิลก็ชนะตามปกติ หากทีมที่เลือกแพ้ บิลแพ้ แต่ถ้าเกมจบเสมอจะคืนทุน เพราะไม่มีแต้มต่อเต็มหรือครึ่งลูกเข้ามาเปลี่ยนผล
ตัวอย่างเลือกทีม A ราคา 0 เกมจบ A ชนะ 1-0 ถือว่าชนะ หากจบ 1-1 คืนทุน และถ้า A แพ้ 0-1 ก็แพ้เดิมพัน ตลาดนี้จึงต่างจาก 1X2 ตรงที่ผลเสมอสามารถคืนทุนได้ แทนที่จะต้องเลือก X แยกต่างหาก
ราคา 0.25 ทำไมเสมอถึงได้หรือเสียครึ่ง
ราคา 0.25 เป็นราคาแบ่งครึ่ง หากเลือกทีมต่อ 0.25 เงินเดิมพันจะถูกแบ่งเป็นราคา 0 และ 0.5 อย่างละครึ่ง สมมติเดิมพัน 1,000 บาท เท่ากับ 500 บาทอยู่ที่ต่อ 0 และอีก 500 บาทอยู่ที่ต่อ 0.5 หากเกมเสมอ ส่วนต่อ 0 คืนทุน แต่ส่วนต่อ 0.5 แพ้ จึงเป็นเสียครึ่ง หากเลือกทีมรอง 0.25 แล้วเกมเสมอ ส่วนรอง 0 คืนทุน ส่วนรอง 0.5 ชนะ จึงเป็นได้ครึ่ง
วิธีจำคือ 0.25 = 0 + 0.5 เมื่อผลออกเสมอ จึงมีหนึ่งส่วนคืนทุนและอีกส่วนได้หรือเสียตามฝั่งที่เลือก
ต่อ 0.5 กับ 0.75 ต่างกันตรงไหน
ต่อ 0.5 เป็นราคาไม่มีคืนทุน ทีมต่อจำเป็นต้องชนะการแข่งขัน หากเสมอหรือแพ้จะไม่ผ่านราคา ส่วนทีมรอง 0.5 สามารถเสมอหรือชนะจริงได้ ราคา 0.75 จะแบ่งเป็น 0.5 และ 1 หากเลือกทีมต่อ 0.75 แล้วทีมชนะหนึ่งประตู ส่วนต่อ 0.5 ชนะ แต่ต่อ 1 คืนทุน จึงเป็นได้ครึ่ง หากชนะตั้งแต่สองประตูขึ้นไปจะชนะเต็ม ฝั่งรอง 0.75 จะกลับกัน หากทีมรองแพ้หนึ่งลูก ส่วนรอง 0.5 แพ้ แต่รอง 1 คืนทุน จึงเสียครึ่ง หากเสมอหรือชนะการแข่งขันจะชนะเต็ม
ต่อ 1, 1.25 และ 1.5 ต้องชนะกี่ลูก
ถ้าต่อ 1 ลูก ทีมต่อต้องชนะตั้งแต่สองประตูขึ้นไปจึงจะชนะเต็ม หากชนะพอดีหนึ่งลูกจะคืนทุน เช่น ต่อ 1 แล้วเกมจบ 2-1 ถือว่าคืน แต่ถ้าจบ 3-1 จะชนะเต็ม ต่อ 1.25 ให้อ่านเป็น 1 + 1.5 หากทีมต่อชนะหนึ่งลูก ส่วนต่อ 1 คืนทุน แต่ส่วนต่อ 1.5 แพ้ จึงเสียครึ่ง หากชนะตั้งแต่สองลูกขึ้นไป ทั้งสองส่วนผ่านและชนะเต็ม ส่วนต่อ 1.5 ต้องชนะอย่างน้อยสองประตูจึงผ่าน เช่น 2-0, 3-1 หรือ 4-2 แต่ถ้าชนะเพียง 1-0 หรือ 2-1 แม้เป็นฝ่ายชนะในสนาม บิลฝั่งต่อ 1.5 ก็ไม่ผ่าน
ตารางสรุปผลฝั่งทีมต่อแต่ละราคา
| ราคา | ชนะ 1 ลูก | ชนะ 2+ ลูก | เสมอ |
|---|---|---|---|
| 0 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | คืนทุน |
| 0.25 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | เสียครึ่ง |
| 0.5 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม |
| 0.75 | ได้ครึ่ง | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม |
| 1 | คืนทุน | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม |
| 1.25 | เสียครึ่ง | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม |
| 1.5 | แพ้เต็ม | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม |
ฝั่งรองไม่ได้จำเป็นต้องชนะการแข่งขันเสมอไป
ข้อดีของการทำความเข้าใจฝั่งรองคือจะเห็นว่าบิลไม่ได้อ้างอิงเพียงผลแพ้ชนะจริง สมมติรอง 1 ลูกแล้วทีมที่เลือกแพ้ 0-1 ผลต่างหนึ่งลูกเท่ากับราคา จึงคืนทุน แต่ถ้าแพ้ 0-2 จะไม่ผ่านราคา ถ้ารอง 1.25 แล้วแพ้หนึ่งลูก จะเป็นได้ครึ่ง เพราะเงินถูกแบ่งไปที่รอง 1 และรอง 1.5 ส่วนรอง 1 คืนทุน แต่อีกครึ่งที่รอง 1.5 ยังชนะ หากทีมรองเสมอหรือชนะจริงก็จะชนะเต็ม
เวลาจะอ่านฝั่งรอง ให้ถามก่อนว่า “ทีมนี้แพ้ได้กี่ลูกถึงยังไม่เสียเต็ม” จะช่วยเห็นภาพราคาต่อรองได้ง่ายขึ้น
ก่อนเลือกทีมต่อหรือทีมรองควรดูอะไร
การดูว่าทีมไหนแข็งกว่าช่วยได้เพียงระดับหนึ่ง เพราะแฮนดิแคปสนใจผลต่างของประตูด้วย หากทีมใหญ่ชนะบ่อยแต่ส่วนใหญ่ชนะเพียงลูกเดียว การต่อ 1.5 จะเป็นเงื่อนไขที่ต่างจากการเลือกทีมชนะธรรมดาอย่างมาก ควรดูสถิติว่าทีมนั้นชนะขาดบ่อยแค่ไหน
ยิงประตูได้กี่ลูกต่อเกม และคู่แข่งเสียประตูมากน้อยเพียงใด หากเป็นฝั่งรองก็ควรดูว่าทีมแพ้ขาดบ่อยหรือมักรักษาสกอร์ใกล้เคียงได้ ฟอร์มเหย้าเยือนก็มีผล ทีมที่เล่นในบ้านแข็งแกร่งอาจต่อราคาได้สูงขึ้น ขณะที่เกมเยือนบางทีมเล่นระมัดระวังมากกว่าเดิม การดูเฉพาะผลงานรวมโดยไม่แยกสนามจึงอาจทำให้ประเมินราคาไม่ครบ
ราคาแฮนดิแคปไหลจาก 0.5 เป็น 0.75 หมายถึงอะไร
ก่อนการแข่งขันราคาแฮนดิแคปสามารถเปลี่ยนได้ เช่น ทีมหนึ่งเปิดต่อ 0.5 แล้วขยับเป็น 0.75 หรือจาก 1 ลดลงมา 0.75 การเปลี่ยนนี้บอกว่าตลาดถูกปรับตามข้อมูลและแรงของราคา ณ ช่วงเวลานั้น แต่การไหลขึ้นไม่ได้หมายความว่าทีมต่อจะชนะขาดแน่นอน เช่นเดียวกับราคาลดก็ไม่ได้หมายความว่าทีมต่อจะเล่นแย่เสมอ ราคาไหลควรใช้เป็นข้อมูลประกอบกับข่าวทีม ตัวจริง และฟอร์มการแข่งขัน
มือใหม่ควรเริ่มอ่านแฮนดิแคปราคาไหนก่อน
ถ้ายังไม่คุ้นกับการแบ่งเงินครึ่งหนึ่ง ควรเริ่มจากราคา 0, 0.5, 1 และ 1.5 ก่อน เพราะเห็นผลได้ตรงกว่า ราคา 0 มีคืนทุนเมื่อเสมอ ราคา 0.5 ไม่มีคืนทุน ราคา 1 คืนเมื่อทีมต่อชนะหนึ่งลูก และ 1.5 ต้องชนะสองลูกขึ้นไป เมื่อเข้าใจราคาเหล่านี้แล้วค่อยขยับไป 0.25, 0.75 และ 1.25 โดยใช้หลักแบ่งราคา เช่น 0.25 = 0 + 0.5, 0.75 = 0.5 + 1 และ 1.25 = 1 + 1.5 จะช่วยให้ไม่ต้องท่องผลแต่ละราคาแยกทั้งหมด ก่อนส่งบิลควรลองสมมติสกอร์ 0-0, 1-0, 2-0 และ 2-1 แล้วคิดดูว่าราคาที่เลือกจะออกผลแบบไหน วิธีนี้ช่วยให้เข้าใจทีมต่อทีมรองได้เร็วกว่าการจำคำอธิบายเพียงอย่างเดียว
สรุป
แทงบอลแฮนดิแคป ใช้ทีมต่อ ทีมรอง และแต้มต่อเป็นตัวกำหนดผลของบิล ราคาหลักอย่าง 0, 0.5, 1 และ 1.5 อ่านได้ตรงกว่า ส่วน 0.25, 0.75 และ 1.25 จะถูกแบ่งเป็นสองราคา ทำให้เกิดกรณีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง สิ่งสำคัญคือไม่ควรดูเพียงว่าทีมใดน่าจะชนะ แต่ต้องประเมินผลต่างของประตูให้ตรงกับราคาที่เลือกด้วย ทั้งฟอร์มเหย้าเยือน เกมรุก เกมรับ สภาพผู้เล่น และราคาไหลสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่มีข้อมูลใดรับประกันผลฟุตบอลล่วงหน้า จึงควรอ่านเงื่อนไขให้ครบและกำหนดงบประมาณก่อนทุกครั้ง
